เด็กลูกครึ่ง ท่อง กอ ไก่ … ฮาร์ดคอร์ ก ไก่

ชมคุณแม่สุดยอด ที่สอนให้ลูกรักความเป็นไทย

เด็กท่อง ก.ไก่

ฮือฮา หลังมีคลิปเด็กลูกครึ่งวัยประมาณ 2-3 ขวบ คนหนึ่ง ท่อง ก.ไก่-ฮ.นกฮูก พยัญชนะตัวอักษรไทย ได้อย่างน่ารักน่าชัง

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้ ก็ทำให้หลายคนแชร์คลิปดังกล่าวไปยังเว็บโซเวียลเน็ตเวิร์คส่วนตัวหลายแห่ง ทั้งเฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ ขณะเดียวกันหลายความเห็นต่างก็ได้ชื่นชมยกย่องผู้เป็นแม่ที่ได้สอนให้เด็กน้อยรู้จักความเป็นไทยด้วย

อย่างไรก็ตามนอกจากคลิปนี้แล้ว ยังมีคลิปอื่นๆ อีกจำนวนมากที่คุณแม่ของน้องได้ถ่ายไว้ ทั้งสอนให้พูดไทย หัดกินอาหารไทย ทำอาหารไทย เป็นต้น

คลิปอื่นๆ น่ารักๆ ของน้อง Dylan

เวรี่ อร่อย

ปฏิทินบันทึกรอบเดือน(นับระยะปลอดภัยได้) อัพเดทปี 2013

ปฏิทินบันทึกรอบเดือน

ทำไมเราจึงควรบันทึก “รอบเดือน”

การจดบันทึก “รอบเดือน” เป็นวิธีการที่ช่วยให้เราสังเกตการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของร่างกายที่เกิดขึ้น ทั้งในช่วงก่อนและหลังการมีประจำเดือน รวมถึงอาการต่างๆ ในระหว่างมีประจำเดือน

การจดบันทึกรอบเดือน ทำให้เราทราบระยะรอบเดือนของตนเอง ซึ่งแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ในกรณีที่เรามีรอบเดือนสม่ำเสมอ ก็จะสามารถคาดประมาณวันไข่ตก สามารถใช้วิธีคุมกำเนิดแบบนับระยะปลอดภัย หากต้องการมีลูก เมื่อเราทราบช่วงระยะไข่ตกจะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้

วิธีการบันทึก “รอบเดือน”

ให้บันทึก วันแรก ของการมีประจำเดือน

ปฏิทินบันทึกรอบเดือน

  • หากเป็นเส้นตรง วันแรกของการมีประจำเดือนในแต่ละเดือนเรียงต่อกันเป็นเส้นตรง แสดงว่าประจำเดือนมีรอบระยะคงที่ 28 วัน
  • เส้นทแยงมุมต่ำลง วันแรกของการมีประจำเดือนเรียงต่อกันเป็นเส้นทแยงมุมต่ำลงเรื่อยๆ แสดงว่าประจำเดือนมีรอบระยะคงที่แบบมากกว่า 28 วัน
  • เส้นทแยงมุมสูงขึ้น วันแรกของการมีประจำเดือนเรียงต่อกันเป็นเส้นทแยงมุมสูงขึ้นเรื่อยๆ แสดงว่าประจำเดือนมีรอบระยะคงที่แบบสั้นกว่า 28 วัน
  • เส้นลักษณะสลับฟันปลา ถ้าวันแรกของการมีประจำเดือนแต่ละเดือนไม่เรียงต่อกัน มีลักษณะขึ้นลงสลับกันไปสูงบ้างต่ำบ้าง แสดงว่าเรามีระยะรอบเดือนไม่คงที่

แล้ววันไหนที่มีการตกไข่?

ให้จดวันแรกที่มีประจำเดือน นับย้อนหลังไป 14 วัน เช่น รอบเดือน 28 วัน (การบันทึกเป็นเส้นตรง) จะตกไข่วันที่ 14 ของรอบเดือน, ถ้ารอบเดือน 30 วัน (การบันทึกเป็นเส้นทแยงมุม) จะตกไข่วันที่ 16 ของรอบเดือน คนที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ จะมีปัญหาเรื่องการตกไข่

ปฏิทินบันทึกรอบเดือน Update 2013

ปฏิทินบันทึกรอบเดือน (นับระยะปลอดภัยได้)

ดาวน์โหลดไฟล์ “ปฏิทินบันทึกรอบเดือน” ได้ที่นี่.. :
(copy link ไปเปิดหน้าใหม่ค่ะ) New!! 2013

http://www.4shared.com/office/LZCHhK6q/_online.html

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก talkaboutsex.thaihealth

อัพเดทเทรนด์การแต่งหน้าปี 2012-2013

วันนี้มาขออัพเดท เทรนด์แต่งหน้า ในปี 2012 และ 2013 ค่ะ  อยากสวยไม่ตกเทรนด์ อ่านดูเลยจ้า

1. การแต่งหน้าโทนนู๊ด (Nude)

โดย เทรนด์แต่งหน้า สไตล์นี้จะเน้นโชว์ผิวสวยๆ กับเมคอัพเบาๆ โดยถ้าเพื่อนเป็นคนที่ไม่ได้มีผิวเฟอร์เฟ็คก็สามารถแต่งได้ค่ะ แต่จะต้องให้ความสำคัญกับการรองพื้นเพื่อปกปิดร่องรอยต่างๆบนใบหน้า เช่น รอยสิว รอยคล้ำใต้ตา เป็นต้น ไม่เน้นการคอนทัวหรือไฮไลท์หน้าให้ชัดเจนมาก ส่วนอายชาโดวนั้นจะเน้นสีโทนน้ำตาลอ่อนเพื่อเพิ่มความเด่นให้กับดวงตาเล็กน้อย ปัดแก้มด้วยโทนสีส้มน้ำตาลเพื่อให้ดูสุขภาพดี ส่วนลิปสติกนั้นให้ใช้สีชมพูหรือแดงระเรื่อแบบธรรมชาติค่ะ

makeup trend 2013

2. เขียนคิ้วให้ยาว

การแต่งหน้า สไตล์นี้ คล้ายกับการแต่งหน้าโทนนู๊ดเลยค่ะ แต่เพิ่มความเก๋ด้วยการเขียนคิ้วไม่หนามากแต่ยาวกว่าปกติ โดยสีของดินสอเขียนคิ้วนั้นให้เน้นสีเข้มหรือสีดำ ให้ลุคเหมือนย้อนยุคนิดๆ ค่ะ

makeup trend 2013

3. ตาแพนด้า

ไม่ได้แนะนำให้คุณนอนดึกหรืออะไรนะคะ แต่ เทรนด์การแต่งหน้า สไตล์นี้คือการแต่งหน้าโดยเน้นแต่งดวงตาให้แลดูคมเข้ม ลึกลับ น่าค้นหา โดยการใช้อายชาโดว์สีน้ำตาลไล้ลงมาบริเวณแนวเส้นขนตาล่าง ทาลิปสติกสีนู๊ดเท่านี้คุณก็ชิคสุดๆไปเลยค่ะ

makeup trend 2013

4. ตกแต่งดวงตาด้วยสีสดใส

เน้นดวงตาด้วยอายชาโดวสีสันสดใสเหมือนลูกกวาด รับรองว่าคุณจะดูเด่นสะดุดตาด้วยลุคสดใสสุดๆไปเลยค่ะโดย การแต่งหน้า สไตล์นี้จะเหมาะกับการไปปาร์ตี้กับเพื่อนๆมาก แต่แนะนำว่าลิปสติกของคุณควรเป็นสีนู๊ดเพื่อให้ไม่เด่นแซงหน้าดวงตาค่ะ

5. ปากสีเข้มเหมือนแวมไพร์สาว

คุณสามารถแต่งตาเบาๆ แต่ใช้ลิปสติกสีเข้ม เช่น สีพลัม สีม่วงพลัม ให้ลุคดูเป็นสาวที่เปรี้ยว หรูหรา น่าค้นหา แต่ควรแต่ให้เหมาะกับงานที่จะไปด้วยนะคะ

makeup trend 2013

ที่มา upyim.com

วันบรรลุนิติภาวะของชาวญี่ปุ่น

วันบรรลุนิติภาวะ ของชาวญี่ปุ่น

japan girl

สาวรุ่นแดนปลาดิบในวัย 20 ปีพอดิบพอดี สวมชุมกิโมโนลายสวย เดินถือร่มฝ่าหิมะไปร่วมงาน “เซอิจิน โน ฮิ” หรือวันบรรลุนิติภาวะ ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นธรรมเนียมสำคัญสำหรับหนุ่มสาว ในการตระหนักถึงการเป็นผู้ใหญ่ที่ต้องมีความพยายาม ความรับผิดชอบ และรู้จักวางแผนชีวิตด้วยตัวเอง (ภาพ-เอพี)

“วันบรรลุนิติภาวะ หรือ เซย์จินโนะฮิ”  (seijin no hi) นั้นเกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603 – 1868) โดยมีรากฐานมาจากประเพณีและวัฒนธรรมที่มีมาแต่โบราณของญี่ปุ่น เพื่อแสดงการที่บุคคลจะต้องละทิ้งความเป็นเด็กและเริ่มต้นการเป็นผู้ใหญ่ โดยคำว่า  “เซย์จิน” Seijin นั้นก็แปลตรงๆ ตัวว่า “ผู้ใหญ่” นั่นเอง

ในประเพณีดั้งเดิมนั้นจะมีเพียงการเฉลิมฉลองตามความเชื่อในศาสนาชินโต ซึ่งพิธีกรรมก็จะแตกต่างกันเล็กน้อยระหว่างผู้ชายและผู้หญิง และมักจะกระทำพิธีเฉพาะผู้ที่เกิดในตระกูลซามูไร เด็กหนุ่มอายุ 15 (หรือราว 10 – 16 ปี) จะเข้าพิธีบรรลุนิติภาวะที่เรียกว่า “เก็มปาคุ” Gempuku โดยผู้เข้าร่วมพิธีจะแต่งเครื่องสวมหัวชื่อว่า “เอโบะชิ” และจะได้ชื่อใหม่ เป็นการแสดงว่าตนเป็นผู้ใหญ่แล้ว มีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ ต้องปฏิบัติตนอย่างผู้ใหญ่ รวมถึงสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้เช่นเดียวกับผู้ใหญ่ท่านอื่นๆ ในครอบครัว และแต่งงานได้แล้ว สำหรับเด็กสาวในตระกูลซามูไรเช่นกัน งานวันบรรลุนิติภาวะจะจัดขึ้นในชื่อที่เรียกว่า “โมงิ” Mogi เมื่ออายุ 13 ปี (หรือราว 12 – 16 ปี) พวกเธอจะได้รับกิโมโนพิเศษหนึ่งชุด ที่จะสามารถใส่ในฐานะผู้ใหญ่ได้เป็นครั้งแรก

วันบรรลุนิติภาวะ ของญี่ปุ่นคือ วันจันทร์ที่สอง เดือนมกราคม วันบรรลุนิติภาวะ (เซอิจิน โนะ ฮิ)
วันสำหรับคนหนุ่มสาวผู้มีอายุครบ 20 ปี

รวมภาพ สาวญี่ปุ่นในชุดกิโมโน

สาวญี่ปุ่นในชุดกิโมโน

สาวญี่ปุ่นในชุดกิโมโน

สาวญี่ปุ่นในชุดกิโมโน

สาวญี่ปุ่นในชุดกิโมโน

สาวญี่ปุ่นในชุดกิโมโน

วิธีการให้กำลังใจตัวเองในการทำงาน

คุณรู้หรือไม่ว่า .. ความเคร่งเครียด >> จะนำมาสู่การมีทัศนคติแง่ลบ กับงานที่คุณทำ ไม่ว่าคุณเจออุปสรรค์เล็กหรือใหญ่ คุณก็จะมองว่ามันใหญ่โตเกินกว่าที่คุณจะรับมือได้ สุดท้ายคุณก็จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปในที่สุด

จริงๆ แล้วหากเรามองให้ดีๆ จะพบว่า อะไรกันแน่ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เราพบความล้มเหลว ตัวเราเอง หรือคนอื่น หรือสภาพแวดล้อมอื่น ในวันนี้อยากบอกท่านผู้อ่านทุกท่านว่า ไม่มีอะไรที่จะมาทำร้ายเราได้ นอกจากเราจะทำร้ายตัวเราเอง

ดังนั้น ก่อนที่เราจะแก้ปัญหาความเคร่งเครียดด้วยสาเหตุอื่น ๆ เรามาปรับทัศนคติให้ดีขึ้นกันดีกว่านะคะ เรามาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

1. ไม่เป็นไร ผิดพลาดกันได้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่

คุณทำงานผิดพลาดแล้วยังจะมานั่งโทษตัวเองให้เหนื่อยทำไม ให้กำลังใจตัวเองเพื่อทำงานชิ้นต่อไปดีกว่านะครับ ยิ่งมัวจมกับความผิดพลาดเดิม ๆ เราก็จะทำงานอื่นต่อไม่ได้ สู้เอาความผิดพลาดมาทำให้ถูกต้องในงานชิ้นใหม่ดีกว่า

สัจธรรมของชีวิต ที่ต้องจำไว้อย่างหนึ่งคือ ไม่มีใครจำเรื่องของคนอื่นนานหรอก ถึงใครจะว่าเรามากมายแค่ไหน แต่พอเดินพ้นหน้าเราไปเขาก็ต้องคิดเรื่องอื่นแทน แล้วเราจะมาลงโทษตัวเองอยู่ทำไม

2. งานไม่ได้หนักทุกวันสักหน่อย เดี๋ยวก็ได้พักแล้ว

เวลางานล้นมือเราอาจท้อ แต่ท้อไปงานก็ไม่เสร็จ ลุกมาทุ่มเททำให้เสร็จ ๆ ไปดีกว่า เหนื่อยแค่ไหนเดี๋ยวก็ได้พัก และสิ่งที่ต้องทำเมื่องานเยอะคือ จัดระเบียบเส้นตายของงานแต่ละชิ้น เจรจาต่อรองถ้าคิดว่าจะไม่เสร็จตรงเวลา แล้วค่อย ๆ ทำไปทีละงาน เดี๋ยวก็ดีเอง

3. ถึงจะไม่เก่งงานนี้ แต่เราก็พยายามเต็มที่แล้ว

บ่อยครั้งที่เราได้รับมอบหมายงานที่ไม่ถนัด ก็คิดเสียว่าไม่เป็นไร ทำให้เต็มที่ แต่ก่อนทำก็บอกคนที่มอบหมายหน่อยว่าไม่ค่อยถนัดนะ แต่จะทำเต็มที่ ผิดพลาดอะไรบอกได้ เขาจะได้ไม่คาดหวังมาก แต่ถ้าทำออกมาแล้วดีก็ถือเป็นกำไร

อย่าเสียใจที่ทำงานบางประเภทไม่เก่ง เพราะเราอาจจะเก่งในงานประเภทอื่นก็ได้ จำไว้ว่าปลาอาจจะว่ายน้ำเก่งกว่าลูกสุนัข แต่ปลาวิ่งไม่ได้เหมือนกัน ถ้าปลาตัวหนึ่งจะโดดขึ้นมาบนบกแล้วคืบคลานจนถลอกปอกเปิกก็คงไม่มีใครว่าอะไร เพราะมันเป็นปลาจริงไหม

4. ใครจะว่าอะไรก็ช่าง ถ้าเราไม่ได้เป็นอย่างนั้นก็พอแล้ว

เคยได้ยินคนพูดเรื่องการติดฉลากไหม การติดฉลากคือการประทับตราว่าสิ่งนั้นเป็นอะไร เพื่อให้ง่ายต่อการจัดประเภท ทีนี้ปัญหาอยู่ที่ว่าถ้าติดฉลากถูกก็ดีไป แต่ถ้าเมื่อไรติดฉลากผิด สิ่งนั้นจะไม่ใช่สิ่งที่เป็นตามฉลากก็เท่านั้น

ในหลักการเดียวกัน ถ้าใครมาว่าคุณสารพัดเรื่อง แต่ถ้าคุณไม่ได้เป็นอย่างเขาบอก ก็ไม่เห็นจะต้องคิดมากกับฉลากที่เขาเอามาติดไว้ ถ้าคุณเป็นน้ำตาลแล้วเขาเอาฉลากน้ำปลามาติดให้ก็ไม่ใช่ปัญหาของคุณ เขาเองต่างหากที่คิดผิด

5.ให้เกียรติงานที่ทำด้วยการทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ อย่าบ่นว่าไม่ชอบงาน

นึกถึงกระเป๋ารถเมล์ที่ยิ้มแย้มแจ่มใสสิ แล้วเปรียบเทียบกับเราที่นั่งบ่นอยู่นั่นแล้วว่าเหนื่อย ไม่สนุก ถามว่างานหรือเปล่าที่ทำให้เราทุกข์ จริง ๆ แล้วเราต่างหากที่ทำให้ตัวเองเป็นทุกข์ เพราะนั่งพร่ำบ่นกับสิ่งที่ไม่ได้ดั่งใจ ถ้าใครได้ทำงานที่ชอบก็ดีไป แต่อย่าลืมว่างานที่ชอบก็มีด้านที่ทำให้เราเหนื่อยได้เหมือนกัน

ใช่ว่าหนทางการทำงานจะปูด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป สิ่งที่เราควรคิดคือ งานคือสิ่งที่ทำให้เราใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า อย่าดูถูกงานของตัวเอง ไม่เช่นนั้นเราก็ดูถูกตัวเองด้วยที่เลือกทำงานนั้น อย่าลืมว่าเราต่างหากที่เป็นคนเลือกที่จะทำหรือไม่ทำ ดังนั้นทำงานที่เราเลือกในเวลานั้น ๆ

ข้อมูลจาก ดร.สมสิทธิ์ มีแสงนิล  นิตยสารงานวันนี้

ดอกไม้ประจำอาเซียน 10 ประเทศ

รวม1

aom_za_200608032147501. บรูไนดารุสซาลาม (Brunei Darussalam) : ดอกซิมปอร์aom_za_20060803214750

บรูไนดารุสซาลาม ดอกซิมปอร์1

  ดอกไม้ประจำชาติบรูไน ก็คือ ดอกซิมปอร์ (Simpor) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ดอกส้านชะวา (Dillenia) ดอกไม้ประจำท้องถิ่นบรูไน ที่มีกลีบขนาดใหญ่สีเหลือง หากบานเต็มที่แล้วกลีบดอกจะมีลักษณะคล้ายร่ม พบเห็นได้ตามแม่น้ำทั่วไปของบรูไน มีสรรพคุณช่วยรักษาบาดแผล หากใครแวะไปเยือนบรูไน จะพบเห็นได้จากธนบัตรใบละ 1 ดอลลาร์ ของประเทศบรูไน และในงานศิลปะพื้นเมืองอีกด้วย

aom_za_200608032147502. ราชอาณาจักรกัมพูชา (Kingdom of Cambodia) : ดอกลำดวนaom_za_20060803214750

ราชอาณาจักรกัมพูชา ดอกลำดวน2

 กัมพูชามีดอกไม้ประจำชาติเป็น ดอกลำดวน (Rumdul) ดอกไม้สีขาวปนเหลืองนวล กลีบดอกหนาทึบและแข็งเล็กน้อย มีกลิ่นหอมเย็นแบบกรุ่น ๆ ถูกจัดเป็นไม้มงคลชนิดหนึ่งเพราะมีความหมายถึงความสดชื่นหอมกรุ่น และเป็นดอกไม้สำหรับสุภาพสตรี วิธีปลูกที่ถูกต้อง ต้องปลูกไว้ในทิศตะวันตกเฉียงเหนือของตัวบ้าน ที่สำคัญต้องปลูกในวันพุธ

aom_za_200608032147503. สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Republic of Indonesia) : ดอกกล้วยไม้ราตรีaom_za_20060803214750

 สาธารณรัฐอินโดนีเซีย  ดอกกล้วยไม้ราตรี1

 ดอกไม้ประจำชาติอินโดนีเซีย คือ ดอกกล้วยไม้ราตรี (Moon Orchid) ซึ่งเป็นหนึ่งในดอกกล้วยไม้ที่บานอยู่ได้นานที่สุด โดยช่อดอกนั้นสามารถแตกกิ่งและอยู่ได้นาน 2-6 เดือน โดยดอกจะบานแค่ปีละ 2-3 ครั้งเท่านั้น ทั้งนี้ดอกกล้วยไม้ราตรีสามารถเจริญเติบโตได้ดีในอากาศชื้น จึงพบเห็นได้ง่ายในพื้นที่ราบต่ำของประเทศอินโดนีเซีย

aom_za_200608032147504. สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (The Lao People’s Democratic Republic of Lao PDR) : ดอกจำปาลาวaom_za_20060803214750

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  ดอกจำปาลาว2

ดอกไม้ประจำชาติประเทศเพื่อนบ้านของไทยอย่างประเทศลาว คือ ดอกจำปาลาว (Dok Champa) คนไทยรู้จักกันดีในชื่อ ดอกลีลาวดี หรือ ดอกลั่นทม โดยดอกจำปาลาวมักมีสีสันหลากหลาย ไม่เฉพาะเจาะจงว่าต้องเป็นเพียงสีขาวเท่านั้น เช่น สีชมพู สีเหลือง สีแดง หรือสีโทนอ่อนต่าง ๆ โดยดอกจำปาลาวนั้นเป็นตัวแทนของความสุขและความจริงใจ จึงนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายเพื่อประดับประดาในงานพิธีต่าง ๆ รวมทั้งใช้เป็นพวงมาลัยเพื่อรับแขกอีกด้วย

aom_za_200608032147505. ประเทศมาเลเซีย (Malaysia) : ดอกพู่ระหงaom_za_20060803214750

ประเทศมาเลเซีย  ดอกพู่ระหง1

 สำหรับประเทศมาเลเซียนั้น มีดอกไม้ประจำชาติเป็น ดอกพู่ระหง (Bunga Raya) ในภาษาท้องถิ่นเรียกกันว่า บุหงารายอ หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ ดอกชบาสีแดง ลักษณะกลีบดอกเป็นสีแดง มีเกสรยื่นยาวออกมาเหนือดอก ซึ่งถูกจัดให้เป็นสัญลักษณ์ของประเทศมาเลเซีย เพื่อเสริมสร้างความเป็นปึกแผ่นและความอดทนในชาติ โดยเชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมให้สูงส่งและสง่างาม รวมทั้งยังสามารถนำไปใช้ในทางการแพทย์และความงามได้อีกด้วย
aom_za_200608032147506. สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ (Republic of the Philippines) : ดอกพุดแก้วaom_za_20060803214750
สาธารณรัฐฟิลิปปินส์  ดอกพุดแก้ว2
  ดอกไม้ประจำชาติฟิลิปปินส์ คือ ดอกพุดแก้ว (Sampaguita Jasmine) ดอกมีสีขาวกลีบดอกเป็นรูปดาว มีกลิ่นหอม บานส่งกลิ่นในตอนกลางคืน ถือเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ เรียบง่าย อ่อนน้อมถ่อมตน รวมถึงความเข้มแข็งอีกด้วย เคยถูกนำมาใช้เฉลิมฉลองในตำนานเรื่องเล่ารวมทั้งบทเพลงของฟิลิปปินส์ด้วยเช่นกัน
aom_za_200608032147507. สาธารณรัฐสิงคโปร์ (The Republic of Singapore) : ดอกกล้วยไม้แวนด้าaom_za_20060803214750
สาธารณรัฐสิงคโปร์  ดอกกล้วยไม้แวนด้า1
ประเทศสิงคโปร์ มี ดอกกล้วยไม้แวนด้า (Vanda Miss Joaquim) เป็นดอกไม้ประจำชาติ โดยดอกกล้วยไม้แวนด้าตั้งชื่อตามผู้ผสมพันธุ์ คือ Miss Agnes Joaquim จัดเป็นดอกกล้วยไม้ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในประเทศสิงคโปร์ มีสีม่วงสดสวยงามและเบ่งบานอยู่ตลอดทั้งปี โดยถูกจัดให้เป็นดอกไม้ประจำชาติสิงคโปร์ตั้งแต่ปี ค.ศ.1981 (พ.ศ.2524)

 aom_za_200608032147508. ราชอาณาจักรไทย (Kingdom of Thailand) : ดอกราชพฤกษ์aom_za_20060803214750

ราชอาณาจักรไทย  ดอกราชพฤกษ์2

 ดอกไม้ประจำชาติไทยของเรา ก็คือ ดอกราชพฤกษ์ (Ratchaphruek) ที่มีสีเหลืองสวยสง่างาม เมื่อเบ่งบานแล้วให้ความรู้สึกอบอุ่น ถือเป็นสัญลักษณ์ของความมีเกียรติยศศักดิ์ศรี ซึ่งชาวไทยหลายคนรู้จักกันดีในนามของ ดอกคูน โดยมีความเชื่อว่าสีเหลืองอร่ามของดอกราชพฤกษ์คือสีแห่งพระพุทธศาสนาและความรุ่งโรจน์ รวมทั้งยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีปรองดองของคนในชาติอีกด้วย โดยดอกราชพฤกษ์จะเบ่งบานในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม มีจุดเด่นเวลาเบ่งบานคือการผลัดใบออกจนหมดต้น เหลือไว้เพียงแค่สีเหลืองอร่ามของดอกราชพฤกษ์เท่านั้น

aom_za_20060803214750 9. สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (The Socialist Republic of Vietnam) : ดอกบัวaom_za_20060803214750

สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม  ดอกบัว1

ประเทศเวียดนาม มีดอกไม้ที่คนไทยคุ้นเคยอย่าง ดอกบัว (Lotus) เป็นดอกไม้ประจำชาติ โดยดอกบัวเป็นที่รู้จักกันในนาม “ดอกไม้แห่งรุ่งอรุณ” เป็ญสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ ความผูกพัน และการมองโลกในแง่ดี ดอกบัวจึงมักถูกกล่าวถึงในบทกลอนและเพลงพื้นเมืองของชาวเวียดนามอยู่บ่อยครั้ง

aom_za_2006080321475010. สหภาพพม่า (Union of Myanmar) : ดอกประดู่aom_za_20060803214750

สหภาพพม่า  ดอกประดู่2

 ดอกไม้ประจำชาติของประเทศพม่า คือ ดอกประดู่ (Paduak) เป็นดอกไม้ที่พบมากในประเทศพม่า มีสีเหลืองทอง ผลิดอกและส่งกลิ่นหอมในฤดูฝนแรก ช่วงเดือนเมษายนซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ประเทศพม่ามีการเฉลิมฉลองปีใหม่ขึ้น ชาวพม่าเชื่อว่าดอกประดู่คือสัญลักษณ์ของความแข็งแรง ความทนทาน และเป็นดอกไม้ที่ขาดไม่ได้ในพิธีทางศาสนาของชาวพม่าเลยล่ะ

รู้จักกันไปแล้วสำหรับดอกไม้ประจำชาติอาเซียนทั้ง 10 ชาติ ที่หลายดอกก็คุ้นหน้าคุ้นตากันดีและเคยเห็นในประเทศไทยอยู่บ้าง หากพบเจอเพื่อนร่วมประชาคมอาเซียนที่แวะมาเยี่ยมเยียนเมืองไทยแล้วล่ะก็ ลองมอบดอกไม้เหล่านี้ให้เพื่อเป็นการต้อนรับ ก็คงจะสร้างความปลื้มใจให้ไม่น้อยอยู่เหมือนกัน

41937